All blog

Latest Update 02/12/2021
วิธีการเลิกบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

วิธีการเลิกบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

วันนี้ทางเราได้มีบทความเกี่ยวกับวิธีการเลิกบุหรี่ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นั่นก็คือการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งได้มีการยืนยันจากงานวิจัยของสหราชอาณาจักร และช่วยสนับสนุนการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

- วิธีการเลิกบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

    สำหรับหลายๆ คนแล้ว บุหรี่ไฟฟ้าเป็นวิธีเดียว ที่หลายคนประสบความสำเร็จ ในการทำให้ตัวเองนั้น "ปลอดควัน" ทั้งยังมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีหลายหน่วยงานในหลายประเทศ หรือแม้แต่คนที่ไม่เข้าใจในบุหรี่ไฟฟ้าที่แท้จริง พยายามยับยั้งผู้คน ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพื่อไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า

- การศึกษาในสหราชอาณาจักรยืนยันว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ถือได้ว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเลิกบุหรี่

    การอัปเดตรายงานที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ในสหราชอาณาจักร ได้ระบุว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับการเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ รายงานนี้ได้ให้รายละเอียดด้วยตัวเลข และสถิติ ที่พิสูจน์ประสิทธิภาพของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าว่าเหนือกว่าวิธีการอื่นๆ ซึ่งตัวเลขที่ใช้ในการเปรียบเทียบรายงานนั้น มาจากข้อมูลการสำรวจตัวแทนทั่วประเทศ โดยที่เราจะดูตัวเลขบางส่วน ที่นำเสนอในรายงาน และแสดงให้คุณเห็นว่าเหตุใดจึงเป็นข่าวที่ดี สำหรับผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า และผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่

- ในรายงานพูดไว้ว่าอย่างไร

    หน่วยงานด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักรต่างจากหน่วยงานอื่นๆ ตรงที่เผยแพร่คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ ซึ่งก็ได้มีการโปรโมทผ่านหน่วยงานด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าความเสี่ยงที่จะได้รับจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ พวกเขายังรวมวิดีโอสั้นๆ ที่แสดงความแตกต่างระหว่างบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลสำคัญๆ หลายชิ้น ที่อยู่ในรายงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งผลลัพธ์ของการอัปเดต ก็เป็นตามรายงานของ Public Health England การสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในวิธี ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการเลิกบุหรี่อย่างถาวร และนี่คือไฮไลท์สำคัญบางส่วนจากรายงาน

- การสูบบุหรี่ไฟฟ้า เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมมากกว่า การบำบัดทดแทนนิโคตินอื่นๆ

    คุณไม่จำเป็นต้องขุดลึกลงไปในรายงาน ก่อนจะพบสิ่งที่เป็นสิ่งที่ดีในรายงานเลย รายงานระบุว่า “การใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้านั้น นับเป็นตัวช่วยที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด โดยกลุ่มผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่” รายงานดังกล่าวระบุว่า ในบรรดาผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเทคนิคที่ใช้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการอื่นๆ เช่น หมากฝรั่งนิโคติน หรือการแทรกแซงทางเภสัชกรรม ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นข่าวดี ในขณะที่อีกหลายคน ซึ่งพยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่ โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น Chantix จะต้องตระหนักถึงผลข้างเคียงที่น่าตกใจ และบางครั้งก็เป็นอันตราย มีรายงานถึงผลข้างเคียง เช่น ภาวะซึมเศร้า, ความคิดฆ่าตัวตาย และการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยที่ใช้ Chantix

- การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากกว่าการบำบัดทดแทนนิโคตินแบบอื่นๆ

    ในรายงานได้ระบุว่า “ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าอาจเข้าถึงผู้ที่สูบบุหรี่มากขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่มากกว่า NRT” แม้ว่าสหราชอาณาจักรจะมีข้อจำกัดบางประการ เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า แต่ก็มีหลายวิธีสำหรับผู้ใช้ ในการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ การสั่งซื้อทางไปรษณีย์ หรือหน้าร้านค้าที่มีผลิตภัณฑ์ รสชาติ ความเข้มข้น และแบรนด์ต่างๆ ที่ตั้งขายอยู่ รายงานระบุว่าหากสามารถเข้าถึงได้ ผู้สูบบุหรี่จะเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นแล้วผู้ที่ต้องการจะยับยั้งผู้คนที่ต้องการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าควรทราบเอาไว้ด้วย
เพิ่มเติม NRT = Nicotine Replacement Therapy ( การบำบัดทดแทนนิโคติน )

- ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ควรเข้าถึงทางเลือกต่างๆ ได้

    ข้อค้นพบหลักประการที่สามนั้น ชี้ให้เห็นว่าการเข้าถึงตัวเลือกแบบต่างๆ ที่ช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จะให้ผลดีได้ เมื่อต้องการที่จะเลิกบุหรี่ ซึ่งในประเด็นนี้ยังระบุไว้ด้วยว่ายาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ และยา NRT อื่นๆ ก็มีประสิทธิภาพเช่นกัน และแม้ว่าข้อความข้างต้น จะเป็นความจริง แต่หากเราย้อนกลับไปที่จุดแรกของรายงาน เราจะเห็นได้ว่าเกือบสองเท่าของจำนวนผู้ที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จนั้น มาจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเมื่อเราเปรียบเทียบกับ NRT แบบดั้งเดิม ( 27% สำหรับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า, 15% สำหรับ NRT อื่นๆ )

- อัตราการเลิกบุหรี่ที่สูงขึ้น เมื่อใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า

    รายงานได้ถูกเปรียบเทียบโดยการใช้ข้อมูลการสำรวจที่นำมาจากทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีตัวแปรบางประการในการค้นพบ แต่บางพื้นที่ก็ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างมาก เมื่อใช้การสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเลิกบุหรี่ โดยในบางพื้นที่นั้น สูงมากถึง 78% นอกจากนี้รายงานยังยอมรับว่า อัตราการเลิกบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น สูงกว่าวิธีอื่นๆ ในทุกภูมิภาค

- สุดท้ายแล้ว

    ได้มีตัวเลข และข้อเท็จจริงหลายประการ ที่ทำหน้าที่เป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่ได้พบในรายงาน นี่คือไฮไลท์ที่คุณจะได้เห็นเอง

        - ในปี 2560 ผู้สูบบุหรี่นั้น มีมากกว่า 50,000 คนที่เลิกสูบบุหรี่ รายงานระบุว่าหากไม่มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีแนวโน้มว่าคนเหล่านี้จะยังสูบบุหรี่อยู่ การค้นพบนี้ได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาอื่นๆ ในประเทศต่างๆ
        - ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี จาก 221,678 คนที่กำหนดวันเลิกบุหรี่ และใช้บุหรี่ไฟฟ้า มากกว่าครึ่งประสบความสำเร็จในการไม่กลับมาสูบอีกหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ( ตามจริงแล้วกว่า 114,000 คนเลิกสูบบุหรี่อย่างน้อยหนึ่งเดือน )
        - จำนวนผู้สูบบุหรี่ ที่สูบจนเป็นนิสัยในสหราชอาณาจักรยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และความแพร่หลายของการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น ต่ำกว่าความแพร่หลายของการสูบบุหรี่ในทุกกลุ่มเป็นอย่างมาก
        - สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้คนสูบบุหรี่ไฟฟ้า คือการเลิกสูบบุหรี่

- รายงานมีความหมายสำหรับประเทศอื่นๆ อย่างไร

    เป็นเรื่องน่าชื่นชมที่ประเทศตะวันตกกำลังทบทวนหลักฐานอย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับเรื่องของประสิทธิผลในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเลิกบุหรี่ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจนั้น ก็คือในรายงานยังพบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เมื่อนำเสนอด้วยหลักฐานนี้ ประเทศที่พยายามจะจำกัดการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เหมือนจะลงโทษประชาชนในเวลาที่ประชาชนต้องการมันมากที่สุด?

- การสูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถที่จะช่วยในการเลิกสูบบุหรี่ได้หรือไม่?

    ตัวเลขที่ระบุในรายงาน ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น พิสูจน์ได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ว่ามันเป็นความจริงที่ชัดเจน ซึ่งเราจะมาพูดถึงความจริง ที่กล่าวไว้ในรายงานอีกครั้งนึง ในสหราชอาณาจักร ปี 2560 ผู้คนมากกว่า 50,000 คนเลิกสูบบุหรี่ โดยใช้บุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นถ้าไม่มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้า คนเหล่านี้ก็จะยังคงสูบบุหรี่อยู่ และเมื่อพิจารณาจากหลักฐาน ของทางองค์การอนามัยโลกแล้ว ว่าการสูบบุหรี่คร่าชีวิตผู้ใช้ไปครึ่งหนึ่ง เราอาจกล่าวได้อย่างน่าเชื่อถือว่ามีชีวิตของ 25,000 คนในประเทศนั้น ได้ถูกช่วยไว้ในปีนั้น เพียงปีเดียว ซึ่งเราสามารถใช้แค่ความรู้ทางคณิตศาสตร์พื้นฐานเพียงเท่านั้น ก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า สิ่งนี้สามารถป้องกันการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ได้เป็นจำนวน 8 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเพียงใด

- องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า มากกว่า 8 ล้านคนเสียชีวิตจากการใช้ยาสูบทุกปี

    องค์การอนามัยโลกประมาณการว่ามากกว่า 8 ล้านคน ได้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากการใช้ยาสูบในแต่ละปี ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลการประมาณการล่าสุดขององค์การอนามัยโลก ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564

        - ยาสูบคร่าชีวิตผู้ใช้ไปกว่าครึ่งหนึ่ง
        - ผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 ล้านคน เป็นผลมาจากการใช้ยาสูบโดยตรง และอีกประมาณ 1.2 ล้านคน เป็นผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่กำลังจะตาย เพราะได้รับควันบุหรี่จากผู้สูบคนอื่น
        - กว่า 80% ของผู้ใช้ยาสูบ 1.3 พันล้านคนทั่วโลก อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ และปานกลาง

- ควันบุหรี่จากผู้สูบคนอื่น

    ควันบุหรี่จากผู้สูบคนอื่นนั้น คือควันที่เติมพื้นที่ปิด เมื่อผู้สูบทำให้ยาสูบเกิดการเผาไหม้ เช่น บุหรี่ บิดิส และไปป์ ซึ่งไม่มีระดับที่ปลอดภัยในการสัมผัสกับควันบุหรี่แบบนี้ และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่า 1.2 ล้านคนต่อปี รวมถึงการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และระบบทางเดินหายใจที่ร้ายแรง เด็กเกือบครึ่งหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนไปด้วยควันบุหรี่เข้าไปจากที่สาธารณะเป็นประจำ และ 65,000 คนเสียชีวิตในแต่ละปี จากความเจ็บป่วยที่เกิดจากควันบุหรี่ดังกล่าว นอกจากนี้ในทารก ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในสตรีมีครรภ์ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ และน้ำหนักเด็กทารกแรกเกิดจะต่ำ กฎหมายปลอดบุหรี่คุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และเป็นที่นิยม เนื่องจากไม่เป็นอันตรายต่อธุรกิจ และส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่

- ทำไมการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น จึงดีกว่าการสูบบุหรี่?

    เมื่อยาสูบมีการเผาไหม้ มันจะปล่อยสารอันตรายออกมาหลายตัว ซึ่งรวมถึงสารเคมี เช่น 

        - ฟอร์มาลดีไฮด์
        - คาร์บอน มอนอกไซด์
        - แอมโมเนีย
        - ตะกั่ว
        - สารหนู
        - ไฮโดรเจน ไซยาไนด์

    รู้อย่างนี้แล้ว ทำให้ไม่อยากจะจุดบุหรี่เลยใช่รึเปล่า
    ซึ่งเมื่อดูที่บุหรี่ไฟฟ้า จะเห็นได้ว่าไม่มีการเผาไหม้ องค์ประกอบความร้อน จะทำให้สารละลายได้ง่ายๆ อย่างกลีเซอรีน สารปรุงแต่งรส และนิโคตินเสริมระเหยไป เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่มีสารเคมีอันตรายเหล่านี้ กล่าวโดยย่อคือน้ำมันดิน และสารเคมีที่เป็นพิษอื่นๆ ที่ผลิตโดยบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพที่แท้จริงนั้น ไม่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า

- สรุป

    ในโลกการสูบบุหรี่ไฟฟ้านี้ เราไม่ต้องมองไปไกล ก็จะเห็นอุตสาหกรรมถูกโจมตี ( อย่างไม่ยุติธรรม ) จากทุกด้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ได้เห็นหน่วยงานของรัฐตระหนักถึงประโยชน์ของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในการเป็นเครื่องมือสำคัญในการเลิกบุหรี่ โดยการตรวจสอบรายงาน ทำให้การอ่านดูน่าสนใจ และควรให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ได้นำเอาไปคิด การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเลิกสูบบุหรี่ และถือได้ว่าเป็นอันตรายน้อย ตัวเลขในรายงานไม่จำเป็นต้องมีการตกแต่งใดๆ เพื่อให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีประสิทธิภาพ เมื่อต้องพยายามเลิกบุหรี่

- การวิจัยสนับสนุนการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่อย่างน้อย 95%

    เพื่อให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่า ทำไมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ถึง 95% เราต้องศึกษาผลการศึกษาที่ตีพิมพ์โดย Royal College of Physicians อย่างใกล้ชิด โดยการศึกษานี้ พบว่าหลักฐานทางพิษวิทยา ทางคลินิก และระบาดวิทยาทั้งหมด ได้บ่งชี้ว่าสารเคมีที่พบในไอระเหยของนิโคตินนั้น ต่ำกว่าระดับของสารเคมีในควันบุหรี่ "ข้อมูลที่มีอยู่นี้ ชี้ให้เห็นว่า [ สารเคมีในผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า ] ไม่น่าจะเกิน 5% ของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบที่เผาไหม้" ซึ่งข้อมูลนี้เรียกได้ว่ามีบทบาทที่สำคัญในรายงานที่เกี่ยวกับอันตรายที่เกี่ยวข้อง หากความเป็นพิษของบุหรี่ไฟฟ้าลดลง 95% มันก็จะเป็นตรรกะที่ถูกต้อง ที่จะบอกว่าความสัมพันธ์ของอันตรายที่เกี่ยวข้องจะลดลงไปในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้ การศึกษาจำนวนมาก ที่ทบทวนได้บันทึกผลลัพธ์ทางสรีรวิทยาที่ดีขึ้น ในหมู่ผู้สูบบุหรี่ที่เปลี่ยนมาใช้การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงความดันโลหิตลดลง การทำงานของปอดที่ดีขึ้น และอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่น้อยลง การศึกษายังแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีนิโคตินอยู่ แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น ก็ก่อให้เกิดการพึ่งพาน้อยกว่าการสูบบุหรี่ ข้อสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายในระดับต่ำมาก เป็นผลรวมของการลดการบริโภคสารเคมีที่พิสูจน์แล้ว การกำจัดกระบวนการเผาไหม้ ที่ทราบว่าจะก่อให้เกิดสารพิษ และสารก่อมะเร็งในระดับสูง การลดการพึ่งพาอาศัยกัน และการปรับปรุงทางสรีรวิทยาต่างๆ ที่บันทึกไว้ในผู้ที่เปลี่ยนจากการสูบบุหรี่เป็นการสูบบุหรี่ไฟฟ้า